Connect with us

Uncategorized

ชีวิตล่าสุด เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ วัย80ปี

Advertisement

ถ้าหากพูดถึงดาราหญิงมากความสามารถ เชื่อว่าชื่อของ เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ ต้องอยู่อันดับแรกๆอย่างแน่นอน สำหรับ เปียทิพย์ นักแสดงหญิงชาวไทย ฉายา แม่เปียดื้อ เกิดวันที่ 14 พ.ค. พ.ศ. 2491 ที่กรุงเทพฯเปียทิพย์


ไปสู่วงการบันเทิงขณะเรียนมัธยมที่โรงเรียนสายปัญญา โดยเริ่มจากการเป็นนักร้องร่วมกับ ครูนารถ ถาวรบุตร


แห่งวงดนตรีโรงงานก่อนจะเป็นนักร้องประจำไนท์คลับต่างๆพร้อมทั้งได้เล่นละครเรื่อง เงาร่ายในดวงตา

Advertisement


ของคณะชื่นชุมนุมศิลป์ทางช่อง 4 บางขุนพรหม เป็นเรื่องแรก ต่อด้วย สาปสวรรค์ และก็ ปราสาทมืด กับคณะเชนย์รัชดา


ละครที่สร้างชื่อให้กับเธอที่สุดในตอนวัยสาวคือ เรื่องอีสา เมื่อปี พุทธศักราช 2517 ถัดมาก็เลยได้รางวัลเดิมเป็นครั้งที่สองในปี


พุทธศักราช 2520 จากเรื่อง เงาราหู กำกับโดยเปี๊ยก โปสเตอร์ ต่อจากนั้นก็เลยส่งผลงานทางจอเงินอีกหลายเรื่อง จนกระทั่งในปี พุทธศักราช 2524

Advertisement


ได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ จากเรื่อง อาอี๊ ซึ่งรับบทบาทเป็นแม่ของนางเอก (วาสนา สิทธิเวช) ในตอนแรกที่ไปสู่วงการ


เปียทิส่วนละครที่สร้างชื่อให้กับเธอที่สุดในช่วงวัยกลางคนเป็น วัลลี เมื่อปี พุทธศักราช 2528เมื่ออายุมากขึ้นก็เลยได้รับบทชีวิต


ที่เน้นความสามารถทางการแสดง ชีวิตส่วนตัวแต่งงานแล้วแล้วก็มีลูกหญิง 4 คนโดยลูกสาวทุกคนของเธอนั้นเติบโต และก็สามารถดูแลตัวเองและก็ครอบครัวได้แล้ว

Advertisement


ก็เลยไม่มีห่วงอะไรนัก และก็ปี 2520 ความสำเร็จในชีวิตการแสดงนั้น เปียทิพย์ พูดว่า เกิดจากการทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ อย่างเช่น เล่นเป็นคนไม่ปกติ


ก็จะนำภาพที่ได้ไปนั่งสังเกตพฤติกรรมของคนไม่ปกติมาปรับใช้กับการแสดง ระหว่างขับรถเห็นคนไม่ปกติก็จะแอบตามพุ่มไม้แล้วจะสังเกตการกระทำของเขาว่า


เขาไม่ปกติจริงไหม บางบุคคลเปลี่ยนไปจากปกติแล้ว ยังสวมเสื้อผ้าคนเหล่านี้ ก็น่ายังมีสติอยู่บ้าง จากการสังเกตดังกล่าวก็ทำให้นำไปประยุกต์กับการแสดงกระทั่งสามารถเป็นดาราที่ดี

Advertisement


ตอนนี้เปียทิพย์ไม่ได้มีงานแสดงชุกราวกับคราวก่อนมาก ทำให้มีตอนที่ทำบุญทำทานสร้างบุญกุศลให้กับตนเอง ด้วยการทำอาหารเลี้ยงสุนัขที่มีคนเอามาทิ้งเอาไว้หน้าบ้านราวๆ 8 ตัว


แล้วยังนำของกินที่ทำทุกเข้าเดินออกไป ให้สุนัขจรจัดที่ต่างรอคอยของกินอยู่ในบริเวณใกล้บ้านอีกหลายซอยทำอย่างนี้มาเป็นเวลากว่า 10 ปี ค่าอาหารที่ทำก็ตกเดือนละหมื่นในใจกลับหวังอยู่


อย่างเดียวว่า บุญนี้ที่ได้ทำจะได้ไม่อดไม่ได้อยาก ทำแล้วเป็นความสุขทางใจอย่างหนึ่ง เนื่องจากว่าได้มองเห็นหมาบางตัวเดินขุ้ยเขี่ยหาอาหารตามทาง ขุ้ยเท่าไหร่ ก็ไม่เจอของกิน ดูแล้วมีความรู้สงสารหมาตัวนั้น

Advertisement

ทุกๆวันนี้หมาต่างก็จะนั่งคอยเรา ว่าวันนี้จะนำของกินมาให้ไหม ทั้งนี้คุณเปียทิพย์ยังกล่าวตบท้ายว่า สะสมบุญไว้ภายในภายหน้า เราไม่รู้จักว่าวันนี้หรือวันพรุ่งนี้เราจะอยู่หรือไม่ อะไรที่เราทำบุญทำกุศลได้ ก็อยากที่จะให้ทุกคนได้ทำ

Advertisement

error: Content is protected !!